Get Adobe Flash player

เจ้าอาวาส

พระครูยุตติคุณากร

เจ้าอาวาสวัดแก้วพิจิตร

เข้าสู่ระบบ

จำนวนผู้เข้าชม

183836
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1403
243
2724
179493
6704
4102
183836

Your IP: 18.206.15.215
2019-08-24 02:53

ปฏิทิน

August 2019
S M T W T F S
1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

ประวัติวัดแก้วพิจิตร

 

 

 

      วัดแก้วพิจิตร เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๒๒ ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ในเขตหมู่ ๔ ตำบลบางบริบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี บนริมฝั่งขวาของแม่น้ำปราจีนบุรี ห่างจากตัวเมือง ไปทางทิศตะวันออก ประมาณ ๒ กิโลเมตร สร้างขึ้นโดยนางประมูลโภคา หรือนางแก้ว ประสังสิต เพื่อใช้ใน การทำบุญตักบาตร ถือศีลฟังธรรมโดยมีผู้ร่วมกัน บริจาคที่ดิน แรงงานและทุนทรัพย์ ในการก่อสร้าง สิ่งก่อสร้างในระยะแรก ประกอบด้วย ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ กุฎี พระอุโบสถ ศาลาท่าน้ำและเรือนแพ ภายในพระอุโบสถแต่เดิมประดิษฐานรอยพระพุทธจำลอง

      เมื่อเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้อพยพครอบครัวจากเมืองพระตะบองมาอยู่ที่ปราจีนบุรี ท่านก็ได้อุปถัมภ์วัดนี้ โดยการบูรณะปฎิสังขรณ์ ตลอดจนการสร้างเสนาสนะทั้งที่สร้างขึ้นใหม่และสร้างทดแทนของเก่าเช่น ในปี พ.ศ. ๒๔๕๑ ได้สร้างศาลาธรรมสังเวช และเมรุเผาศพ อย่างละ ๑ หลัง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๕๗ เมื่อเจ้าพระยาอภัยภูเบศรสร้างโรงเรียน ศาลา เมรุ จึงได้ถูกรื้อไปจนหมดสิ้น

 

 

      ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ เจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้รื้อ อาคารโรงเรียน หนังสือไทยหลังเดิม แล้วสร้าง โรงเรียนบาลีธรรมวินัยและหนังสือไทยเป็นอาคาร ตามแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก โรงเรียนแห่งนี้ จัดได้ว่าเป็นโรงเรียนปริยัติธรรมแห่งแรกของจังหวัดปราจีนบุรี และภายหลัง จึงได้รับพระราชทานนาม โรงเรียนว่าโรงเรียนอภัยพิทยาคาร

      ในปี พ.ศ. ๒๔๖๑ เจ้าพระยาภูเบศรได้รื้อพระอุโบสถหลังเก่าซึ่งชำรุดแล้วสร้างพระอุโบสถ หลังใหม่ขึ้นแทนที่พระอุโบสถหลังใหม่นี้มีลักษณะสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันระหว่างศิลปะ ไทย จีน เขมร และตะวันตก ที่มีความงดงาม หาดูได้ยากยิ่ง พระอุโบสถหลังนี้เป็นอาคารเครื่องก่อ ขนาด ๕ ห้อง มีเฉลียงรอบ หลังคามุงกระเบื้อง มีหลังคามุขประเจิด และหลังคาเฉลียงรอบ ๒ ชั้น เครื่องลำยอง เป็นปูนลงรักประดับหน้าบันปูนปั้นเขียนสี มีลายปูนปั้นเป็นภาพวิมานพระอินทร์กลางลายพันธ์พฤกษา ขอบล่างของหน้าบันเป็นลายกระจังลายสาหร่ายรวงผึ้ง เสาหน้ามุขประเจิดเป็นลายปูนปั้นรูปมังกรข้างละ ๑ ตัว ผนังพระอุโบสถ

 

 

      ฉาบปูนเรียบที่ซุ้มประตูหน้าต่างทำเป็นลายก้านขด ระหว่างประตูเข้าด้านหน้าและด้านหลังทำเป็นลาย ปูนปั้นเล่าเรื่องรามเกียรติ์ ผนังตอนบนใต้ชายคาเป็นภาพจิตรกรรมแบบตะวันตก เป็นลายเครื่องแขวน มีภาพเหมือนบุคคลหญิงชายชาวต่างประเทศครึ่งตัวอยู่ในครึ่งวงกลม เฉลียงรอบพระอุโบสถมีเสารองรับชายคาเป็นเสากลมเซาะร่องลูกพูกโดยรอบหัวเสาใบผักกาดตามแบบตะวันตก รอบพระอุโบสถ มีซุ้มเสมาและกำแพงแก้วล้อมรอบผนังกำแพงเป็นลายดอกไม้ในวงกลมหัวเสากำแพงตั้งกระถางต้นไม้ กึ่งกลางระหว่างกำแพงแก้ว มีซุ้มประตู ยอดซุ้มประดับลายปูนปั้นรูปหน้ากากดอกไม้ และนาฬิกาที่ผนัง ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปปูนปั้นประทับยืนติดอยู่ที่ผนัง ด้านตะวันตกพระพุทธรูปองค์เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้รวบรวมชิ้นส่วนของพระประธานในโบสถ์เดิมมาดัดแปลงขึ้นใหม่ส่วนพระ ประธานองค์ใหม่เป็นพระพุทธรูปนั่งทำปางลักษณะค่อนข้างแปลก เรียกว่าปางประทานพระอภัย


 

      ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้พระอุโบสถเป็นหอไตร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ๒ ชั้น สร้างเชื่อมกันกับหอระฆังหลังคาปีกนกประดับช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ ส่วนหอระฆัง เป็นหลังคาทรงมณฑปหลังจากที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศรถึงอสัญกรรมแล้ววัดนั้นได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ก่อสร้างเสนาสนะเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง และมีการปรับปรุงและพัฒนา วัดนี้นอกเหนือจากความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ ความเป็นมาและสิ่งก่อสร้างแล้วการที่วัดแก้วพิจิตรเป็น วัดฝ่ายธรรมยุตินิกายวัดแรกของจังหวัดปราจีนบุรี จึงปรากฎหลักฐานเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินมายังวัดนี้ของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งฝ่ายคฤหัสถ์และฝ่ายฆราวาสหลายพระองค์ด้วยความสำคัญของวัดนี้ทางด้านศิลปกรรมประวัติศาสตร์ความเป็นมาและการเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาที่สำคัญของจังหวัดปราจีนบุรีกรมศิลปากรจึงได้ขึ้นทะเบียนวัดนี้เป็นโบราณสถานของชาติ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ และในปี พ.ศ.๒๕๓๕ จังหวัดปราจีนบุรีจึงได้ดำเนินการบูรณะวัดนี้อีกครั้ง โดยใช้รูปแบบวิธีการบูรณะของ กรมศิลปากร

      ที่วัดแก้วพิจิตร แม้ว่าในปัจจุบันโรงเรียนอภัยพิทยาคาร จะไม่ได้ใช้เป็นโรงเรียนหอไตร จะมีตำรับตำราและคัมภีร์ที่ไร้คนอ่าน คนสนใจ ตลอดจนจำนวนพระในวัดจะลดน้อยลงไปจากเดิมแต่วัดแก้วพิจิตรยังคงเป็นแหล่งความรู้ซึ่งอุดมไปด้วยร่องรอยทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเป็นที่พึ่งทางจิตใจและสอนจิตใจด้วยพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์เป็นแหล่งเผยแพร่พระพุทธศาสนาและยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดซึ่งแสดงให้เห็นการปรับตัวของวัดแก้วพิจิตรให้สอดคล้องกับกระแสการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน

 

 

 

ที่อยู่: แก้วพิจิตร ตำบล หน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี ปราจีนบุรี 25000 โทรศัพท์: 037 212 759